วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2558

วุ่นนัก...ที่รักผมเป็นหมอ(ฟัน) บทส่งท้าย Final treatment...

เฉินเหว่ยถิง = หมอเฉินเหว่ยถิง เป็นหมอฟัน เจ้าของคลินิกแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ ชื่อ “ถิงหยาฉือ”
                    อุปนิสัย-เงียบ สงบ เย็น ภูมิฐาน เป็นงานเป็นการ ความรู้แน่น  แต่บางทีก็สามารถขี้เล่นขึ้นมาได้
หลี่อี้เฟิง = ดาราดาวรุ่งสุดฮอตแห่งวงการ ถ่ายละครและหนัง คิวแน่นไม่หยุดหย่อน 
                   อุปนิสัย-ร่าเริง กินเก่ง ชอบกินขนม ของหวาน ลูกอม เค้ก ไอติม แต่กลัวเลือดมากที่สุด




บทส่งท้าย...Final treatment 

         ผมยังคงอยู่บนโซฟาในคอนโดหรูด้วยร่างกายที่ไม่มีเสื้อผ้าเลยซักชิ้นเดียว คนตัวใหญ่ข้างๆ กอดผมไว้ในอ้อมกอด ราวกับว่ากลัวผมจะหนีไป ผมขยับตัวกำลังจะต้องลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เค้ายิ่งกอดผมไว้แน่นขึ้น...

"หมอ ผมต้องไปแล้ว ปล่อยก่อนนะ" ผมหันไปมองหน้าพร้อมกับแกะแขนเค้าออกจากตัว

"ก็ไปสิ ใครไปห้ามคุณไว้ล่ะ คุณดาราดัง" นั่นแหละ คำตอบที่ผมได้รับ...นี่มันประชดกันชัดๆ

"หมอถิง เราคุยกันแล้วนี่นา นี่มันคืองานของผม ไม่ว่าผมจะไปไหน สุดท้ายผมจะกลับมาหาคุณที่นี่ โอเคมั้ย!!!" ผมพยายามคุยกับเค้าด้วยเหตุผล ชักจะไม่รู้เรื่องแระนะเนี่ยะ...

เค้าคลายมือออก แล้วลุกขึ้นมาจ้องหน้าผม...

"งั้นผมให้คีการ์ดกับกุญแจคุณไว้นะ คุณจะมาเมื่อไหร่ก็ได้ ที่นี่ผมยกให้คุณ"

"เอ้ย!!! หมอจะมายกให้ผมทำไม คอนโดผมก็มี เงินก็มี คุณไม่ได้รวยคนเดียวนะ" ผมแย้งออกไป

"ก็ผมอยากให้เรามีบ้านของเรานี่นา โอเคนะ คุณนายเฉิน" แล้วเค้าก็ก้มลงมาจูบที่ปากผมอีกครั้ง ผมก็อดไม่ได้ที่จะจูบตอบไป อืมมมม...การเป็นคุณนายเฉินนี่มันดีจริงๆนะ รึยังไง???

"งั้นเอาเป็นว่าผมไปได้รึยัง เดี๋ยวก็ตกเครื่องกันพอดี" ผมเอ่ยปากถาม หลังจากเค้าดูพอใจกับจูบของผมแล้ว

"ก็ได้ แต่ผมขอบอกก่อนนะว่าห้ามนอกใจผม ต้องคิดถึงผมตลอด คุณยิ่งดึงดูดคนประหลาดๆอยู่ ดูอย่างผมสิ โดนคุณดูดติดหนึบเลย โทรหาผมด้วย ไม่งั้นล่ะก็ ผมจะไปจัดการกับคุณ"

"ครับ คุณหมอ!!!!" ผมรีบรับปากเค้าไปอย่างเต็มใจ แล้วผลักมือเค้าออกแต่เค้าก็ยังไม่เห็นจะยอมให้ผมไปไหน

"หมอ...อึบบบบ ปล่อยสิ ก็ผมรับปากแล้วไง??? หมออ่ะ....อย่าแกล้งผมสิ"

"ผมขอบอกอีกอย่าง จริงจังมากๆ คุณฟังนะ ผม...หมอเฉินเหว่ยถิง ไม่เคยคิดว่าจะจริงจังกับใครขนาดนี้ แต่เมื่อผมมีคุณ ผมอยากให้คุณเชื่อใจ ยอมรับและคบกับผม...คุณเป็นของผมแล้ว ผมจะดูแลคุณ ที่จริงคุณไม่ต้องทำงานอะไรเลยยังได้ แต่ในเมื่อคุณรักอาชีพนี้ ผมก็พร้อมจะช่วยเหลือและสนับสนุนคุณ คุณเข้าใจที่ผมพูดมั้ย??"

ผมอึ้งไปเพราะไม่คิดว่าเค้าจะมาพูดอะไรจริงจังตอนนี้ แต่ผมก็เชื่อใจและเชื่อทุกอย่างที่เค้าพูดอยู่แล้ว ผมเลยตอบเค้าไป...

"หมอ....คุณ...คุณแน่ใจนะ"

"อี้เฟิง ทำไมคุณถามแบบนี้อีกแล้วนะ นี่ครั้งที่เท่าไหร่แล้ว จนป่านนี้แล้ว หรือว่าคุณไม่อยากอยู่กับผม"

หมอถิงดูจะไม่พอใจกับคำพูดผมสักเท่าไหร่ เค้าจึงลุกขึ้นนั่งหันหลังให้ ผมโดนคนตัวใหญ่งอนครับ...

"อ่ะ!!! ผมให้คุณไปแล้ว คุณอยากไปก็เชิญ"

ผมเลยต้องเอามือไปกอดเค้าจากด้านหลัง ก่อนจะเอาแก้มพิงพร้อมค่อยๆถูไปที่แผ่นหลังกว้างของเค้าและพูดขึ้น

"ไม่ใช่แบบนั้นนะ ผมแค่ถามเพื่อความแน่ใจอีกที ว่าคุณไม่คิดกับผมเล่นๆแน่ๆ ก็เป็นแฟนกับดาราต้องอดทนนะ เรื่องของเราก็เปิดเผยไม่ได้ ไปไหนก็ต้องหลบๆซ่อนๆ ไม่ให้ใครเห็น ยิ่งเป็นความรักแบบนี้ คุณยิ่งต้องอดทนมาก ถ้าคุณแน่ใจ ผมก็พร้อมที่จะอยู่กับคุณเสมอ ช่วยไม่ได้ก็ผมเต็มใจเป็นของคุณแล้วจริงๆ" พูดเสร็จผมก็เขิน เอาหน้าซุกที่หลังเค้า จนเค้ายอมหันมายิ้ม...

"งั้นคุณไปเมืองไทยกลับมา เราย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยกันนะ ผมจะจัดการทุกอย่างไว้รอ โอเคนะ นะๆๆๆ"

ผมพยักหน้าตอบ แล้วจูบเค้าไปอีกทีเพื่อยืนยัน...

"โหหหห อี้เฟิง คุณจะทำให้ผมคลั่งนะ ถ้าไม่รีบไปตอนนี้ ผมไม่รับรองว่าคุณจะตกเครื่องหรือเปล่า" หมอถิงหายงอนพร้อมกับเอามือโอบกอดผมไว้

ผมหัวเราะ พร้อมกับลุกขึ้นไปอาบน้ำ แต่งตัว เค้าพยายามจะไปส่งผมที่สนามบินให้ได้ แต่ผมคิดว่าเพื่อลดปัญหา ผมไปเองดีกว่า เรื่องอื่นๆหลังจากนี้ ค่อยๆแก้ไปก็แล้วกัน...


เมื่อผมถึงเมืองไทย ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้มาที่นี่ ครั้งนี้ก็ครั้งที่ 3 แล้วนะ ที่ได้มา ประเทศนี้ของกินอร่อยครับ
 ผมชอบ มาทีไรน้ำหนักต้องขึ้นทุกครั้ง เพราะผมก็อดไม่ได้ที่จะต้องกิน กินและกิน ตามนิสัยชอบกินของผม...ดีนะ ที่หมอไม่ได้ตามมาด้วย ไม่งั้นผมต้องโดนบ่นแน่ๆ 



และแล้วผมก็มาถึงชะอำครับ ผมพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง มองออกไปก็เห็นทะเล ที่พักก็แบ่งเป็นสองชั้นแบบปูนเปลือย ไม่ได้ทาสีอะไร ห้องพักใหญ่มาก เตียงก็ใหญ่นอนสบาย 

จากนั้นเจ๊เฉินโทรขึ้นมาตามให้ลงไปคุยกับทีมงานเพื่อเตรียมงานรายการที่ผมวางแผนไว้ พร้อมกันนั้นเจ๊เฉินก็บอกผมแล้วว่า ผมได้งานโฆษณาที่มาถ่ายที่นี่ด้วย...



ผมอยู่ที่นี่เป็นวันที่สามแล้ว พอตกเย็น หลังจากทานอาหารเย็นพร้อมๆทีมงานเสร็จ ผมเลยมาเดินเล่นชายหาด คิดไรไปเรื่อยเปื่อย มาที่นี่ก็ดีนะ ไม่มีค่อยมีใครรู้จักมากนัก ผมอยากเดินไปไหนก็ได้ตามสบาย ถึงผมจะชอบเป็นเป้าสายตา แต่บางทีก็เหนื่อยอยากอยู่แบบส่วนตัวพักผ่อนกะเค้าบ้าง 

นั่งริมหาดแบบนี้อดคิดถึงเค้าไม่ได้ อยากให้เค้ามานั่งริมหาดอยู่ด้วยกัน...วันนี้ทั้งวันเค้ายังไม่รับโทรศัพท์ผมเลย สงสัยจะทำคนไข้ยุ่งอยู่ แต่ผมก็ส่งข้อความกับเฟสไทม์หาตลอดเลยนะ คงต้องปล่อยให้เค้าทำงานบ้าง

ผมนั่งได้สักพักจึงเดินกลับเข้าห้องไป วันนี้ไม่ต้องทำอะไรแล้ว เจ๊เฉินบอกให้ผมรีบเข้านอน เพราะเราก็จะกลับกันแล้วพรุ่งนี้ ต่อจากนี้ไปชีวิตผมจะย้ายไปอยู่กับหมอถิงที่คอนโดของเค้า ผมคงมีความสุข แต่ไม่รู้ว่าต้องเจอกับอะไรอีกบ้างนี่สิ...พอประตูปิด ผมก็เสียบการ์ดลงในช่องด้านข้างเพื่อให้ไฟและแอร์ทำงาน...


ทันใดนั้นก็มีมือใหญ่โอบเอวผมมาจากด้านหลัง แล้วเอาหน้ามาซุกที่ซอกคอผม...
“คิดถึงจังเลย คุณล่ะคิดถึงผมมั้ย!!!”

เสียงนี้...นี่มัน...


“หมอถิง คุณมาได้ยังไง ก็ไหนว่าวันนี้ต้องทำคนไข้แล้วไงล่ะ หมออ่ะ...หลอกผมเหรอ แล้วเข้ามาในห้องผมนี่นะ ได้ยังไงกัน...คนที่มีการ์ดอีกใบ...ก็...”

“ตกลงคุณคิดถึงผมมั้ยเนี่ยะ ไม่เห็นตอบ สงสัยจะไม่คิดถึงเท่าที่ผมคิดถึงแน่ๆ งั้นผมขอยาแก้คิดถึงก่อนนะ”

เค้าเอาริมฝีปากซุกไซร์ไปตามลำคอและแก้มของผม...มันเป็นสัมผัสที่ผมก็คิดถึง ผมจึงปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติตามที่หัวใจของผมและคนด้านหลังนี้ต้องการ

เค้าอุ้มผมไปวางที่เตียงเบาๆ แล้วเริ่มจูบอย่างช้าๆ เค้าถอนปากออกแล้วพูดกับผม...

“ตกลงคิดถึงผมมั้ย หรือว่าทำงานจนเพลิน ลืมที่ผมบอกแล้วเหรอครับ”

ผมยิ้มไม่ตอบอะไร แค่เค้ามาหาผมถึงที่นี่ ผมก็ไม่อยากจะคิดอะไรตอนนี้ แต่แล้วก็นึกขึ้นมาได้...

“เอ๊ะ!!!อย่าบอกนะ...ว่าเจ๊เฉินร่วมมือกับคุณ” เพราะอีกคนที่มีการ์ดห้องผมคือเจ๊เฉิน และถ้าไม่ใช่เจ๊เฉิน เค้าจะตามผมมาถึงนี่ได้ยังไง...

“เอาเป็นว่า คุณดารา ผมกลายเป็นผู้กุมชีวิตทั้งในวงการและนอกวงการของคุณแล้วนะ คุณหนีผมไปไหนไม่รอดหรอกครับ” ยิ่งคิดผมยิ่งไม่เข้าใจ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไม่น่าเชื่อว่าเจ๊เฉินจะยอมบอกหมอถิงได้


“ผมไม่หนีหมอไปไหนหรอก หมอรู้มั้ย ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ ผมคิดถึงคุณตลอดนะคราวนี้จะบอกได้รึยัง ว่าคุณทำได้ยังไง”

หมอไม่ตอบอะไร แต่หันมาถอดเสื้อผ้าของเค้าและผมออก ระหว่างที่เค้ากำลังจะก้มลงมาจูบผมอีกรอบ...ผมเอาสองมือปิดปากเค้า

“หมออ่ะ บอกก่อนนะ ไม่งั้นไม่ให้จูบด้วย” ผมอยากรู้เลยลองต่อรองออกไป

“คุณไม่มีทางหนีพ้นหรอก บอกแล้วว่าตั้งแต่วันที่คุณก้าวเข้ามาในคลินิกและอ่อยผมวันนั้น คุณก็ไปไหนไม่รอดแล้ว 555” 

ผมยิ่งงงกับคำพูดของเค้า พยายามจะเบือนหน้าหนีไม่ยอมให้เค้ามาจูบจริงๆ แต่ไม่สำเร็จเพราะเค้าก็เอามือมาบังคับให้ผมรับจูบเค้าจนได้ และสุดท้ายผมก็หนีไม่รอดจริงๆครับ เราสองคนปล่อยความคิดถึงให้พาไปจนถึงความสุขที่ต้องการ นี่แค่ไม่กี่วันที่จากกัน ทั้งเค้าและผมคิดถึงกันมากมายขนาดนี้เลยเหรอ จนสุดท้าย ผมก็นอนหลับคาอยู่ที่อกเค้า...

หมอถิงกำลังห่มผ้าให้ผมและมอง ผมจึงลืมตาขึ้นไปมองหน้าเค้า ใบหน้าและดวงตานี้เหมือนสะกดผมตั้งแต่วันแรกที่เจอจริงๆ ผมจึงยื่นหน้าขึ้นไปจูบแก้มเค้าแล้วนอนลงเหมือนเดิม...อยากหยุดเวลาไว้แค่นี้อีกแล้ว


สักพักก็มีเสียงข้อความเข้าที่โทรศัพท์ผม ผมจึงหันไปหยิบขึ้นมาอ่านดู...

“อี้เฟิง...เจ๊ต้องบินกลับไปก่อนนะ ไฟลท์เราหมอถิง เอ้ย!!!ท่านประธานถิง เค้าเปลี่ยนให้ใหม่แล้ว จะได้พักที่นี่เพิ่มอีกวันนึง ก็ต้องขอบคุณท่านนะ เรื่องอื่นถามท่านเอาเองแล้วกัน” 
เจ๊เฉิน...


พออ่านจบผมเงยหน้ามองเค้า...เห็นเค้านอนหลับตายิ้มอยู่

“นี่มันอะไรครับหมอ...ประธานถิง???” เค้าไม่ตอบเอาแต่หลับตายิ้มต่อไปแล้วพูด

“ต่อไปนี้ผมจะมาดูแลคุณทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวครับ เข้าใจมั้ย ผมซื้อตัวคุณ เอ้ย!!! ไม่ใช่สิ ผมซื้อบริษัทคุณไว้และตกลงรับผิดชอบดูแลในส่วนของคุณแล้ว ดังนั้น เรื่องถ่ายหนังนั่น ไม่ต้องไปสนใจ ต่อไปนี้งานที่คุณจะรับ ผมก็จะรับรู้ด้วย แต่ผมไม่เข้าไปยุ่งหรอกนะ เพราะผมเป็นหมอฟัน ไม่ใช่ดารา ผมแค่อยากให้คุณทำงานอย่างสบายใจ ผมบอกแล้วไง ผมดูแลคุณนายของผมได้ ฮึฮึ”


ผม...ผมอธิบายไม่ถูกเลยครับ ว่านี่มัน...ดีแค่ไหน 
ไม่สิ...เป็นไปได้ยังไง แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไงตอนนี้ผมก็อยู่ในอ้อมกอดของหมอฟันคนนี้...ที่ตอนนี้พ่วงตำแหน่งเจ้าของบริษัทและตัวผมด้วย...จะวุ่นแค่ไหนกันนะ ช่วยไม่ได้ก็ที่รักผมเป็นหมอ(ฟัน)คนนี้นี่นา

ผมยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูเค้า... “ผมรักคุณนะ...คุณหมอของผม”...


.........................................จบค่า........................................................







วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ที่ปรึกษาคนใหม่

อ.เฉินเหว่ยถิง : อ.สอนคณะบริหารธุรกิจ ผู้ชื่นชอบการว่ายน้ำเป็นชีวิตจิตใจ มีรางวัลการันตีมากมาย แต่ความโหดขึ้นชื่อไปทั่ว นักศึกษากลัวกันทั้งมหาลัย เพราะแท้จริงแล้ว เค้ายังเป็นลูกชายอธิการบดีด้วย...

หลี่อี้เฟิง : นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ เอกภาพยนตร์ ปี2 เขายังมีตำแหน่งเป็นประธานชมรมว่ายน้ำชาย ตั้งแต่เขามารับตำแหน่งเมื่อปีก่อนแทนรุ่นพี่ที่จบไป สมาชิกก็ลาออกหายไป ไปแข่งที่ไหนก็ไม่ค่อยได้รางวัล ยกเว้นแต่เขาที่ยังพอสร้างชื่อให้ได้บ้าง...


บทนำ "เรื่องกล้วยๆ...Banana and me"



ณ ห้องพักชมรมว่ายน้ำชาย มหาวิทยาลัยกู่เจี้ยน>>>>>>>>>>

"ประธานเฟิง ปล่อยไว้แบบนี้ เราจะถูกยุบชมรมได้นะ" หม่าเทียนหยู หนึ่งในสิบสมาชิกชมรมที่เหลืออยู่ถามผมออกมา

"แล้วนายจะให้ชั้นทำยังไง พอมีที่ปรึกษาชมรมเข้ามา อยู่ได้ไม่นาน เค้าก็ออกหมด ไม่ใช่เพราะพวกนายหรอกเหรอ" 

สาเหตุส่วนใหญ่ที่อ.ที่ปรึกษารับไม่ได้ก็คือความเกเรของเหล่าแก๊งค์คนโฉดที่เหลืออยู่นี่ล่ะ!!!!


"พวกชั้นเปล่าซะหน่อย ใช่มะ หยุนหลง" หม่าเทียนหันไปถามเพื่อนแก๊งค์โฉดอีกคน 


"แล้วไง ไม่มีที่ปรึกษาจะตายมั้ย ชมรมก็ไม่เห็นต้องมีที่ปรึกษาเลย แค่เอาเงินบำรุงจากมหาลัยมาก็พอ" 

ดูสิครับ.... เพื่อนผมทั้งหลาย นี่แค่ตัวอย่าง ยังไม่นับความเกรียนของพวกมัน ที่มารวมตัวกันอยู่ในชมรมนี้ มันเห็นชมรมว่ายน้ำของผมเป็นที่พบปะพูดคุยเล่นสนุกรึไงนะ


"นี่พวกนาย สมัยรุ่นพี่ยังอยู่ พวกนายไม่เห็นเป็นแบบนี้ แล้วทำไมพอชั้นขึ้นมารับผิดชอบ เป็นประธานให้ กลายเป็นแย่ไปได้" ผมไม่เข้าใจพวกนี้จริงๆ ผมรักพวกมันทุกคนนะ จริงๆแต่ละคนก็มีข้อดี แต่ว่าเดี๋ยวนี้ชักจะหนักข้อขึ้นทุกวัน

ผมยังคงถกเถียงกับพวกมันต่อไป เหล่าแก๊งค์คนโฉดก็ไม่ยอมช่วยให้ทุกอย่างมันดีขึ้น วีรกรรมพวกมันเยอะมากครับ ไว้มีเวลาผมจะเล่าให้ฟัง แต่อยู่ดีๆก็มีความคิดนึงสะดุดหูผมขึ้นมา...

"ประธานเฟิง ชั้นว่านายไปเชิญอ.เหว่ยถิงมาเป็นที่ปรึกษามั้ย มีคนบอกชั้นว่าเค้าว่ายน้ำเก่งมาก กวาดรางวัลมาเยอะแยะ แถมเคยอยู่ชมรมเรามาก่อนอีก" หม่าเทียนเพิ่งเสนอไอเดียที่ผมคิดว่าเริ่มจะเข้าท่าขึ้นมา

"ใช่ๆ อ.เหว่ยถิงก็ดีนะ ได้ข่าวว่าเค้าเป็นลูกชายอธิการ คงจะขอเงินสนับสนุนเพิ่มได้" หยุนหลงผู้เห็นเงินเป็นชีวิตจิตใจ พูดเรื่องเงินอีกแระ

"นี่พวกนาย พูดอะไรกัน อ.เหว่ยถิงเนี่ยะนะ เค้าโหดขั้นไหน ใครๆก็รู้กันทั้งมหาลัย พวกนายยังจะให้ชั้นไปเชิญเค้า อยากให้ชั้นไปตายรึไง" ผมเถียงพวกเค้าออกไป

"ก็ไหนนายว่าพวกชั้นไม่ช่วยคิด พอคิดแระก็ว่าไร้สาระอีก เฮ้อๆๆๆ เหมียวอ้วนเอ้ย จะเอาไงอีก ที่เรียกประธานเนี่ยะ เพราะไม่อยากจะเรียกชื่อเล่นนะ 5555" ดูหม่าเทียนครับพี่น้อง มันคือเพื่อนสนิทผมมั้ย ถามใจดู...แต่ละคำ ตัวเองผอมตายล่ะ!!!

สุดท้ายผมก็ทนการรบเร้าจากสมาชิกในชมรมทุกคนไม่ไหว มันสั่งให้ผมไปเชิญอ.เหว่ยถิงมาให้ได้ แต่ผมติดใจคำพูดสุดท้ายของหยุนหลงมาก

"ชั้นจะบอกอะไรให้นะ ท่านประธานเฟิง นายจะต้องไปเชิญอ.เหว่ยถิงมาให้ได้ แม้จะต้องเอาตัวเข้าแลกก็ตาม 555"


หลังจากที่ช่วยกันคิดพวกมันให้ผมไปเจออ.ที่รถของเค้า แถมไปสืบมาให้หมดว่าอ.เค้าชอบอะไร ไปไหนบ้าง แต่ก็ไม่ได้รู้อะไรเพิ่มมากนัก เพราะข่าวอ.มีบ้างแต่ไม่มากเท่าไหร่ เพราะเค้าค่อนข้างเก็บตัวไม่ยุ่งกับใคร ดังนั้นอีก 2 วันต่อมา ผมจึงมีหน้าที่ดักเจออ.ที่หน้ารถคันหรูของเค้า 

ผมเห็นแล้ว อ.เหว่ยถิงกำลังเดินมาที่รถ พร้อมกับกดกุญแจเพื่อเปิดประตู ผมจึงเอาตัวเข้าไปขวางไว้ก่อนอ.จะถึงประตูรถ

“เอ่อ...อ.ครับ ผม...”

“หลีก”  อ.เหว่ยถิงมองหน้าผมด้วยสายตาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อผมเข้าไปด้วย

“อ.ครับ ผมขอ...”


“หลีก”



 อ.เค้าพูดเป็นคำเดียวรึไงนะ ผมไม่ใช่เด็กคณะบริหารครับ จะได้กลัว ผมไม่เคยรู้หรอกว่าอ.เค้าเป็นยังไงกันแน่ เพียงแค่ได้ยินกิตติศัพท์ความโหดมานาน เพิ่งเจอกับตัวเองก็วันนี้ ผมควรจะทำยังไงดี อ้อ!!!ใช่ หยุนหลงให้ของผมมาเพื่อมาหยุดอ.โดยเฉพาะ ผมจึงยื่นมือออกไปพร้อมของที่เตรียมมา...



ได้ผลแฮะ...อ.หยุดมองที่มือผม 


“อ.ครับ ผมหลี่อี้เฟิง อันนี้ผมเอามาให้ครับ” 


ในมือผมคืออะไรหน่ะหรือครับ มันคือกล้วยหอม 1 ลูก ใช่ครับ!!!กล้วยหอม ผมก็ไม่เข้าใจ หยุนหลงบอกว่าอ.เค้าชอบกินกล้วยมาก ถ้าได้กินกล้วยอารมณ์จะดีขึ้น แต่ไงก็ตามเด็กบริหารพยายามเอากล้วยไปวางไว้ในห้องเรียนแล้ว แต่บางครั้งก็ไม่ช่วยอะไร...


อ.เหว่ยถิงหยิบกล้วยหอมจากมือผม ปอกและยืนกินตรงนั้นโดยไม่สนใจผมสักนิด ผมเลยถือโอกาสพูด ตอนอ.กำลังกินกล้วยอยู่พอดี

“ผมเป็นประธานชมรมว่ายน้ำชายครับ ผมอยากขอร้องให้อ.มาเป็นที่ปรึกษาชมรมให้พวกผม ผมรู้ครับว่ามันออกจะแปลกสักหน่อย...”

“หยุด...หลีกไป!!! พรุ่งนี้มาใหม่นะ เอากล้วยมาด้วยล่ะ อ่ะ!!! เอาไปทิ้งด้วย”


เฮ้ย+++ อะไรฟระ!!! ผมล่ะงงมาก เค้าเอาเปลือกกล้วยที่กินหมดอย่างรวดเร็วมายัดใส่มือผม แล้วผลักผมออกจากประตูรถ แล้วขึ้นรถขับออกไป อย่างไม่สนใจผมที่ยืนงงอยู่ริมถนน...


คุณครับ...เชื่อมั้ยว่า ผมทำแบบนี้มา 3 วันแล้ว อ.เหว่ยถิงก็ไม่พูดอะไรสักคำนอกจาก


“หลีกไป” ผมไม่รู้จะทำยังไง ทุกคนในชมรมบอกว่า แค่เค้ายังไม่ปฏิเสธ ผมก็ต้องทำต่อไป แต่ผมใกล้จะบ้าแล้วนะ อะไรกัน ให้ผมเอากล้วยมาให้เค้าทุกวัน ผมไม่ได้เลี้ยงลิงนะ จะได้ทำแบบนี้...


แต่แล้ววันนี้วันที่ 4 พอดี เมื่ออ.ยื่นเปลือกกล้วยคืนมา...

"พรุ่งนี้ไปที่ห้องพักชั้นตอนทุ่มนึงนะ ชั้นมีสอนเย็น เอากล้วยมาด้วยล่ะ”

เออนะ...พรุ่งนี้ให้ผมเปลี่ยนที่ให้กล้วยหรือยังไง??? แต่ก็เอาเหอะ ก็ยังดีกว่ามายืนดักที่นี่ทุกวันโดยไม่มีอะไรคืบหน้าก็แล้วกัน


....ห้องพักอ.เหว่ยถิง...

“เข้ามาสิ” 

หลังจากผมเคาะประตูก็มีเสียงบอก ผมจึงเดินเข้าไป ภายในห้องก็ดูเรียบร้อยสะอาดดี และด้านหลังโต๊ะยังมีใบประกาศ ถ้วยรางวัลมากมาย ที่เค้าว่าอ.เก่งทั้งกีฬาและการเรียนท่าจะจริงแฮะ ผมจึงนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะอ.


“กล้วยล่ะ”

ฮ่วย!!! คนเรา จะกินกล้วยอะไรกันนักหนานะ

ผมจึงยื่นกล้วยหอมออกไปให้เค้าเหมือนเคย เค้ารับไปแล้วก็ปอกกิน ในระหว่างที่กำลังกินอยู่ เค้าเดินไปที่ประตูและล็อคที่ลูกบิด...

เฮ้ย!!! จะทำอะไรหน่ะ ล็อคทำไม เค้าจะต่อยผมมั้ยนะ ตัวอ.ก็ใหญ่กว่าผมมาก เดี๋ยวลองดูท่าทีก่อนแระกัน ไม่เป็นไร ทุกคนในชมรมรู้ว่าผมมาพบอ. ถ้าผมเป็นอะไรไป ก็ต้องมีเพื่อนที่รู้อยู่ดี


“ไปนั่งที่โซฟา”

อ.นี่ทำไมชอบพูดประโยคสั้นๆ แล้วก็สั่งอยู่ได้นะ


“เอ่อ อ.ครับ ผมนั่งตรงนี้ก็ได้ ว่าแต่อ.จะยอมรับเป็นที่ปรึกษาชมรมให้พวกผมแล้วใช่มั้ยครับ”

“หลี่อี้เฟิง ชั้นบอกให้ไปนั่งที่โซฟา” โหหหหห ดุชะมัด ชักเริ่มเข้าใจพวกที่กลัวเค้าแล้วอ่ะ

ผมจึงจำเป็นต้องลุกจากเก้าอี้ไปนั่งที่โซฟาสีฟ้าตัวใหญ่ด้านข้าง อ.เค้าเดินเอาเปลือกกล้วยไปทิ้ง แล้วมานั่งข้างๆผม เอามือมาแกะกระดุมเสื้อผมทีละเม็ด...

“อ.ครับ จะทำอะไร ผม...เอ่อ คิดว่า ผมกลับก่อนดีกว่า” 

ผมเริ่มไม่เข้าใจท่าทีเข้าแล้วนะ ผมคิดว่าผมไปดีกว่า แต่พอผมจะลุกขึ้น เค้าก็พูดขึ้นพร้อมกับใช้แรงดันตัวผมให้นั่งลง

"นั่งลง!!!" ผมยังพยายามจะดันตัวขึ้น

“ตกลงมาขอร้องชั้นไม่ใช่เหรอ แค่นี้ก็จะกลับแล้ว???” 

อ.พูดไปก็แกะกระดุมเสื้อผมไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเม็ดสุดท้าย ผมรู้สึกว่ามันแปลกๆ ที่ตอนนี้เสื้อผมเผยออกให้เห็นหน้าอกและส่วนท้อง

แต่ผมก็ไม่สามารถทิ้งความหวังไปตอนนี้ ในเมื่ออ.เค้าพูดแบบนี้

“ครับ ผมอยากขอให้อ.เป็นที่ปรึกษาให้ ผมหวังว่าอ.จะช่วยชมรมเราได้หน่ะครับ”

“ถอดเสื้อ” ฮะ!!! คำสั่งนี้ เค้าจะให้ผมถอดเสื้อทำไม มันเกี่ยวอะไรกับการเป็นที่ปรึกษาชมรมฟระ!!!

ผมจึงเอามือดึงเสื้อปิด พร้อมกับจะยืนขึ้น...

“ตกลงนายยังอยากจะให้ชั้นเป็นที่ปรึกษามั้ย” อ.ดึงชายเสื้อผม ทำให้ผมต้องลงมานั่ง ผมยังคงเอามือดึงเสื้อปิดไว้

“อยากครับ” แต่ผมชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วที่ตอบแบบนี้ไป


“งั้นถอด” เค้าพูดแค่นี้ แล้วผมจะทำยังไงได้นอกจากทำตาม


ผมจึงค่อยๆถอดเสื้อตัวเองออก โดยที่มีอ.เหว่ยถิงมองผมไม่วางตา @_@


ทำไมผมรู้สึกเขินนะ ก็ผู้ชายด้วยกัน ถอดเสื้อออกก็ไม่เห็นจะเป็นไร แต่เค้ามองเหมือนจะกลืนผมเข้าไปให้ได้นี่สิ ไม่เห็นมีใครบอกเลยว่าอ.เหว่ยถิงจะหื่นขนาดนี้ ผมว่าเค้าต้องมีจิตประหลาดวิปริตไปแล้วแน่ๆนี่มาจ้องนิสิตถอดเสื้อเนี่ยะ!!!

หลังจากนั้นเค้าเอามือมาลูบกล้ามเนื้อที่ท้องและส่วนหน้าอกของผม จนผมเสียววาบไปหมด เดี๋ยวนะ!!! ผมว่านี่มันชักจะยังไงๆแระ

“กล้ามเนื้อไปไหนหมด ทำไมมีแต่ไขมัน เป็นแบบนี้จะไปว่ายน้ำแข่งกับคนอื่นเค้าได้ยังไง ดูแผ่นหลังนี่สิ นุ่มนิ่มขนาดนี้ นี่เป็นประธานชมรมว่ายน้ำหรือปลาพะยูนฮะ...หลี่อี้เฟิง” 

ผมทั้งอาย ทั้งร้อนไปหมดทั้งหน้า ตกลงนี่เค้าสำรวจกล้ามเนื้อผม ว่าผม แต่ทำไมผมรู้สึกได้ว่าสัมผัสเหล่านี้มันทำให้ผมเคลิ้มล่ะ นี่มันจะบ้าไปแล้ว...หลี่อี้เฟิง เค้าว่านายเป็นพะยูน นายควรจะโมโหเค้าสิ!!! 


“อาจารย์...เอ่อ...”

ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรต่อ อ.เขยิบตัวเข้ามาใกล้มากแล้วจ้องตาผม เอาปากและจมูกเข้ามาใกล้มากจนแทบจะหายใจรดกัน 

“นายกลั้นหายใจได้นานแค่ไหนตอนอยู่ในน้ำ” 


ผมยังไม่ทันจะได้ตอบอะไร อ.ก็เอาปากมาประกบปากผม พร้อมกับเอามือมาบีบจมูกผมไว้ ตอนนี้ผมหายใจไม่ออกเลยเอามือมากันอ.ออก 
แต่อ.เอามือเดียวมาจับมือสองข้างของผมรวบเข้าไว้ไขว้หลังผมเองอย่างรวดเร็ว...


“อื้ออออ อื้อออ” ผมได้แค่หายใจทางปากผ่านปากอ.เท่านั้น อ.ยังคงส่งลมหายใจและผมก็รับ สลับไปมาแบบนั้นไปเรื่อยๆ เกินนาทีเลยที่ผมหายใจไปพร้อมกับอ. จนผมแทบจะลืมหายใจเองไปด้วย และในที่สุดอ.ก็ถอนปากและมือออกไป ทำให้ผมได้หายใจได้อีกครั้ง...

ผมแอบนั่งหายใจตัวโยน พร้อมกับได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอของอ. 
ผมเลยลอบมองไปทีนึง เห็นเค้ายิ้มน้อยๆด้วย เหมือนจะอารมณ์ดีนะ
เวลาเค้ายิ้มนี่แอบน่ารักนะ มิน่า!!!สาวๆในมหาลัยถึงได้บอกว่า อ.เหว่ยถิงโหดแต่น่ารัก 
แต่นี่ไม่ใช่เวลามาคิดว่าอ.บ้านี่น่ารักนะ นี่มันวิธีอะไรของเค้าเนี่ยะ


“ฮึๆๆ เนี่ยะนะ กลั้นหายใจได้แค่นี้ อย่าคิดว่าจะชนะใครได้” 

“อ.แกล้งผม ถ้าอ.ไม่เต็มใจช่วย ผมคิดว่า ผมกลับดีกว่าครับ” 



พอดีกว่าก่อนที่มันจะมีอะไรแปลกๆเกิดกับผมอีก 
ผมกำลังจะลุกขึ้น อ.ก็ดึงมือผมไว้ ผมก็ต้องนั่งลงที่โซฟาอีกครั้ง เมื่อไหร่จะหลุดจากตรงนี้นะ

“ชั้นจะเป็นที่ปรึกษาชมรมให้นาย ถ้านายรับปากชั้นอย่างนึง” 


“จริงรึครับอ. ให้ผมทำอะไรผมก็ยอมทั้งนั้น ขอเพียงให้ช่วยให้ชมรมผมดีขึ้น”

เย้ๆๆ ผมรับปากไป สบตากับอ.ตรงๆ ผมรู้สึกว่าเค้าจ้องผมตอบเหมือนมีอะไร แต่ผมก็เผลอจับมืออ.เขย่าโดยที่ไม่ได้ฟังที่อ.จะบอกเลย จะอะไรก็ได้ขอแค่ให้เค้ามาเป็นที่ปรึกษาให้ ผมก็พอใจแล้ว...


“ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป หลังเลิกชมรม นายจะต้องเอากล้วยมาให้ชั้นและอยู่ฝึกกับชั้นตามที่ชั้นสั่งทุกวัน ถ้าไม่รับปาก ชั้นก็ไม่เป็นที่ปรึกษาให้”


“เอากล้วยมาให้!!! แล้วฝึกอะไรครับอ. ผมนี่เก่งที่สุดในชมรมแล้วนะครับ” นี่ถ้ามาฝึกแบบนี้ทุกวัน ผมว่าต้องบ้าแน่ๆ


“เนี่ยะเหรอเก่ง ไม่ได้เรื่องเลยสิไม่ว่า คนอื่นชั้นจะสอนให้ แต่กับนาย ชั้นจะฝึกพิเศษให้ ถ้าไม่อยากทำก็ตามใจ งั้นก็แค่นี้แหละ ไปได้”


อะไรกัน ขอแบบนี้เนี่ยะนะ แล้วผมควรรับปากมั้ย ถ้าไม่รับปาก ผมต้องโดนพวกแก๊งค์โฉดด่าแน่ๆ


“ก็ได้ครับ” ผมจึงรับปากไป ผมเห็นอ.เหว่ยถิงยิ้มที่มุมปากทีนึง ก่อนจะทำหน้าโหดอีกรอบแล้วเอื้อมมือมาติดกระดุมกลับให้ทีละเม็ด พร้อมประโยคสุดท้าย

“หลี่อี้เฟิง นายจำไว้ ถ้าอยากเก่งขึ้นต้องเชื่อฟังชั้น” 

หลังจากนั้นผมจึงกลับออกจากห้องพักอ.ไป พร้อมด้วยความรู้สึกหลายอย่างที่บอกไม่ถูก ผมเอามือลูบริมฝีปากตัวเอง 

...แบบนี้เค้าเรียกว่าจูบกันมั้ยนะ ผมรีบส่ายหัว นี่จะบ้าใหญ่แล้วหลี่อี้เฟิง!!!
แล้วทำไมผมรู้สึกว่าคำพูดอ.มันลอยอยู่ในหัวผมเต็มไปหมด แต่ช่างเถอะ ไงก็ตามภารกิจขอร้องเค้าก็สำเร็จ ต้องรีบไปบอกที่ชมรมแล้ว...




..............................โปรดติดตามตอนต่อไป..........................................



วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2558

บอดี้การ์ดหน้าใสกับคุณหนูตัวร้าย My pretty boy (NC17) ตอนที่ 4

ตอนที่ 4 หนี (Run away with me)
My Pretty boy
เฉินเหว่ยถิง : บอดี้การ์ดหนุ่ม ใบหน้าหล่อเหลา ดึงดูดใจ นิสัยเงียบขรึม บางครั้งก็ขี้เล่น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถูกประธานเคน เก็บมาเลี้ยงตั้งแต่ 10 ขวบ ไม่รู้ชาติกำเนิดของตัวเอง จำได้เพียงชื่อตัวเองเท่านั้น

หลี่อี้เฟิง : คุณหนูของบ้านตระกูลหลี่ เป็นลูกคนเดียวของประธานบริษัทผลิตน้ำหอมรายใหญ่ของโลก จึงถูกเรียกว่าคุณหนู นิสัยเอาแต่ใจตัวเอง เพราะถูกตามใจแต่เล็ก รวมทั้งพอแม่เสียตอนอายุ 15 ปี นิสัยนี้ยิ่งเป็นมากขึ้น อยากได้อะไรก็ต้องได้ เอาเงินซื้อทุกอย่าง

ประธานเคน : ประธานบริษัทหลี่เพอร์ฟูม ทำธุรกิจมากมาย ไม่มีเวลาให้กับลูกชายคนเดียวมากเท่าไหร่นัก เนื่องจากเมียตายจึงเสียใจมากและทุ่มเทกับงาน มีศัตรูมากมายจึงต้องจ้างบอดี้การ์ดดูแลหลายคน


อู๋อี้ฝาน : ลูกชายของบริษัทอู๋ คู่แข่งคนสำคัญของอี้เฟิง นิสัยร่าเริงสนุกสนาน มองโลกในแง่ดีตลอดเนื่องจากครอบครัวอบอุ่นมากจนบางทีเค้าก็บ่นว่าร้อนเลยทีเดียว

แม่นมเหยียน : ผู้ดูแลความเรียบร้อยในบ้านและอาหารการกินทุกอย่างของคุณหนูอี้เฟิง และเป็นคนดูแลเหว่ยถิงมาตั้งแต่ถูกเก็บมาเลี้ยงที่บ้านตระกูลหลี่

เลขาเทียน : ผู้คอยดูแลเรื่องเกี่ยวกับในบริษัทให้กับคุณหนูหลี่อี้เฟิง และต้องคอยบอกรายละเอียดงานกับบอดี้การ์ดเฉินเหว่ยถิงด้วย เขามักจะเห็นว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งแปลกๆ แต่ก็ยังไม่มั่นใจนัก

Thanks original pics...


       หลังจากวางโทรศัพท์ ผมค่อยๆเอามือเขย่าร่างตรงหน้าเบาๆ...
"คุณหนูครับ ตื่นเถอะ เราต้องกลับบ้านกัน คุณท่านกลับมาแล้วครับ"


คุณหนูเอามือขยี้ตาเบาๆ แล้วหันหน้ามามองผม

"ไม่กลับไม่ได้เหรอพี่ถิง ผมไม่อยากเจอป๊า ไหนบอกว่าอีกเป็นเดือนกว่าจะกลับ ทำไมกลับมาเร็วนักล่ะ"

"คุณหนู อย่าเอาแต่ใจสิครับ ไปครับ ลุกขึ้น อึ้บบบบ"

ผมเอามือดันร่างเล็กของคนตรงหน้าขึ้น เค้าหนักนิดหน่อย แต่ผมก็สามารถดันเค้าขึ้นไปนั่งได้

"พี่ถิงอ่ะ ชอบบังคับผม ตกลงใครเป็นเจ้านายกันแน่"

"โธ่!!! คุณหนูครับ ผมแค่ไม่อยากให้คุณหนูมีปัญหากับท่าน เวลาคุณหนูทะเลาะกับท่านทีไร คุณหนูก็มีแต่โดนลงโทษ ผมไม่อยากเห็นคุณหนูต้องลำบากอีก"

"พี่ถิงก็เลยพลอยเจ็บตัวไปด้วย ผมยังจำรอยแผลนี้ได้ ตรงนี้"

คุณหนูก้มหน้าลงมาจูบเบาๆบริเวณหน้าท้องด้านขวา...

"นี่ยังเป็นรอยจ้ำแดงๆอยู่เลย!!!"

ผมเอามือจับแขนทั้งสองข้างของคุณหนูไว้
"รอยนี่หน่ะ ช่างมันเถอะครับ แต่ตอนนี้คุณหนูกำลังจะทำให้ผมมีรอยแดงใหม่ๆเต็มไปหมดนะ"

"ก็มันจริงนี่นา ตอนนั้นที่ป๊าจะตีผม พี่มาบังผมแล้วเลยไปโดนน้ำแกงร้อนๆตรงนี้ เจ็บมากมั้ย"

คุณหนูเอามือมาลูบที่แผลเบาๆ ทำให้ผมยังจำภาพนั้นได้...
ผมควบคุมตัวเองไม่ได้ เอาตัวเข้าไปบังคุณท่านจากการที่จะเอาไม้มาตีคุณหนู ถึงจะเป็นเรื่องของพ่อกับลูก แต่คุณท่านไม่ฟังอะไร จะตีคุณหนูอย่างเดียว เลยทำให้ผมต้องเอาตัวเข้าไปขวาง ทำให้น้ำร้อนที่อยู่บนโต๊ะอาหารหกใส่ผมอย่างช่วยไม่ได้...แต่ช่างมันก่อน ตอนนี้ต้องรีบกลับไปที่บ้านก่อน เพราะผมก็ไม่รู้ว่าคุณท่านจะว่ายังไงต่อไป


"คุณหนูครับ กลับกันเถอะ เดี๋ยวจะสายมากไปกว่านี้นะครับ "

"ไม่ ผมไม่อยากกลับ พี่ถิง กลับไปป๊าก็ต้องบังคับอะไรผมอีก ให้ผมอยู่ที่นี่เถอะนะ"

"ไม่ได้หรอกครับ เราจะอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้ แล้วคุณท่านก็ไม่ได้อยากจะบังคับคุณหนู ที่ทำไปทั้งหมดเพราะท่านหวังดีกับคุณหนูนะครับ"

"ไม่ๆๆ ได้ยินมั้ยว่าไม่ไป ผมไม่ไป๊!!!"

ผมเอาตัวคุณหนูมากอดไว้ คุณหนูยังคงดิ้นไปมาในอ้อมกอดผม...

"ชู่วววว!!! คุณหนูๆๆ เชื่อพี่ถิงนะ กลับบ้านกัน ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรคุณหนูได้ แม้แต่คุณท่าน"

ผมก้มหน้าลงจูบหน้าผากและไล่ลงไปที่ริมฝีปากเด็กดื้อตรงหน้าอีกครั้ง...ยิ่งจูบยิ่งไม่อยากหยุด หรือผมจะฝืนคำสั่งอยู่ที่นี่ต่อไปดี แต่ไม่ได้หรอก ยังไงก็ต้องกลับไปเผชิญหน้าทุกอย่าง...ผมจึงค่อยๆถอนปากออกมาก

"นะครับ คุณหนูของผม"

"ก็ได้ แต่พี่ถิงต้องสาบานก่อนนะ ว่าจะอยู่กับผมตลอด แล้วก็อย่าให้ป๊ามาบังคับผมได้"

ผมรับปากไป คุณหนูจึงยอมแต่งตัวและกลับคฤหาสถ์หลี่แต่โดยดี...ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน ในเมื่อเรื่องราวของผมยังไม่กระจ่าง และผมก็ขัดคุณท่านไม่ค่อยจะได้ด้วย...เฮ้อ!!!


เมื่อมาถึงคฤหาสถ์หลี่เคนชาง นายท่านนั่งรออยู่ที่โซฟาแล้ว คุณหนูเข้ามาจึงกระแทกตัวลงบนโซฟาด้านข้างด้วยหน้าตาบึ้งตึง

"นี่คือท่าทางการต้อนรับพ่อกลับบ้านของแกรึ หลี่อี้เฟิง...."


"ผมก็เป็นของผมแบบนี้ ก็ไหนป๊าบอกว่าอีกเป็นเดือนไงกว่าจะกลับ แล้วจะรีบเรียกผมมาทำไม ผมยังทำน้ำหอมใหม่ไม่เสร็จเลย"

"ชั้นก็รู้ว่าแกทำงาน แต่มีเรื่องที่จะสั่งให้แกทำ ไม่งั้นชั้นก็ไม่เรียกแกมาหรอก"

"มีอะไรล่ะป๊า ก็ว่ามาสิ"

"อาทิตย์หน้า บริษัทของฝรั่งเศสจะจัดงานมหกรรมน้ำหอมที่ปักกิ่ง ป๊าอยากให้แกเอาน้ำหอมตัวใหม่ของเราไปจัดแสดงด้วย เพราะป๊าต้องอยู่เคลียร์เรื่องในบริษัททางนี้ ที่รีบกลับมานี่เพราะว่าเรื่องทุจริตของรองประธานติงนั่นแหละ แกต้องไปแทนชั้นอย่าทำให้ชั้นขายหน้าล่ะ"

"โธ่เอ้ย!!! นึกว่ามีอะไร เรื่องแค่นี้เอง ป๊าเคยเห็นผมทำงานพลาดเหรอ"

"อืม ชั้นรู้ว่าแกไม่เคยพลาดหรอก แต่อยากจะย้ำอีกเรื่อง ในงานนี้แกต้องคอยระวังตัวให้มาก อ้อ เหว่ยถิง!!! ฝากดูคุณหนูด้วย เพราะชั้นได้ข่าวมาว่างานนี้อาจจะมีพวกกลุ่มไม่หวังดีออกมาป่วนงานได้"

"ครับ คุณท่าน ผมจะคอยระวังอย่างดี"

"ป๊าไม่ต้องห่วงหรอก ผมมีพี่ถิงอยู่ด้วย ไม่มีอะไรหรอกน่า"

"เออใช่!!! เห็นแม่นมบอกว่า แกขอให้เหว่ยถิงไปอยู่ในห้องด้วยเหรอ"

"ใช่ แม่นมนี่ก็รายงานทุกอย่างเลยนะ ผมก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไร มีพี่ถิงอยู่ด้วยผมก็สบายใจมากกว่า ทำไม ป๊าไม่โอเครึไง???"

"เปล่าหรอก ก็แค่ถาม แม่นมดูร้อนใจ สงสัยจะคิดถึงลูกตัวเอง ว่าแต่เหว่ยถิง ดูๆแม่นมด้วยล่ะ ดูแปลกๆ จะเครียดอะไรนักหนา"

"ครับ คุณท่าน แม่ก็เป็นแบบนี้แหละครับ กังวลไปหมด งั้นผมขอตัวไปสั่งงานลูกน้องก่อนนะครับ"

พอผมเดินออกไป ผมไม่รู้ว่าพ่อลูกเค้าคุยอะไรกันต่อ แต่คิดว่าคงไม่เกี่ยวกับผมแล้ว แต่จริงๆผมคิดผิดไปถนัด...




"ป๊า!!! จะบ้ารึไง!!!"

ผมได้ยินคำพูดนั้นลั่นบ้านออกมา เลยรีบวิ่งเข้าไปดู เห็นคุณท่านกำลังจับข้อมือคุณหนูไว้อย่างแรง

"ชั้นอยากให้แกทำ แกก็ต้องทำสิ เรื่องแค่นี้ทำไม ทำไม่ได้"

"ป๊า!!! ปล่อย...ผมเจ็บ"

คุณท่านยังไม่ยอมปล่อย ผมจึงรีบเข้าไปห้าม...

"คุณท่านใจเย็นๆครับ มีอะไรค่อยๆคุยกันจะดีกว่า"

ผมพยายามจะเอามือไปแกะมือคุณท่านออก

"เหว่ยถิง หยุดนะ นี่เป็นเรื่องของชั้น แกออกไปก่อน"

"แต่...คุณท่านครับ อย่าทำอะไรคุณหนูเลย คุณหนูตั้งใจทำงานช่วยท่านมาตลอด"


"เอ๊ะ!!! แกนี่เป็นยังไง ชั้นสั่งว่าให้ออกไป ชั้นจะคุยกับลูก"

หลังจากนั้นคุณท่านก็ยังบีบข้อมือคุณหนูไว้ แล้วพูด โดยไม่สนใจว่ามีผมยืนอยู่ด้วย

"ชั้นแค่บอกให้แกไปอยู่บ้านตระกูลอู๋ ไม่ได้ให้แกไปตายนะ!!! ในเมื่อบริษัทอู๋อยากจะเอาแกไปอยู่ด้วย ชั้นก็ยินดี พี่อู๋ก็บอกว่านี่เป็นเรื่องดี แกก็ไปอยู่ ไปเรียนรู้งาน ล้วงความลับออกมาก็แค่นั้น"

"ไม่ป๊า!!! ผมเกลียดบ้านนั้นอย่างกับอะไร ป๊ายังจะให้ผมไปอยู่กับมัน ป๊าบ้าไปแล้ว"


"ชั้นไม่รับรู้ ชั้นรู้แต่ว่า ทางนั้นเสนอมาซึ่งชั้นเห็นว่ามันก็ดี จบงานแสดงน้ำหอม แกก็ไปได้เลยนะ ชั้นบอกไปแล้ว"


"ป๊า!!! ผมเป็นลูกป๊านะ ป๊าจะให้ผมไปอยู่กับคนอื่น ป๊าไม่เคยรักผมเลยใช่มั้ย ตั้งแต่แม่ตาย ป๊าก็ไม่เคยสนใจผมอีก"


ผมคิดว่านี่เรื่องราวมันชักจะไปกันใหญ่ ทำไมคุณท่านต้องให้คุณหนูไปบ้านตระกูลอู๋ด้วย ผมก็งงเหมือนกัน แต่ว่าปัญหาตรงหน้าท่าทางจะมากกว่า...


"ผมไม่ไป ได้ยินมั้ยว่าผมไม่ไป"

"แกนี่!!! ชั้นสั่งอะไรแกต้องขัดตลอดใช่มั้ย อยากจะลองดีรึไง"

นายท่านดึงตัวคุณหนูลุกขึ้น แล้วลากไปเรื่อยๆ ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากคอยเดินตามเฝ้าอยู่ใกล้ๆ

"ไหนไหว้ป้ายวิญญาณแม่แก แล้วบอกสิ แกเคยบอกว่าจะเชื่อฟังชั้น ไม่ใช่รึไง"

คุณท่านทิ้งตัวคุณหนูให้นั่งกับพื้น ตอนนี้คุณหนูน้ำตาไหลเอ่อ เต็มสองตาอย่างไม่อายใคร พอพูดเรื่องแม่ทีไร คุณหนูจะร้องไห้ไม่หยุดเหมือนเด็กขี้แย ซึ่งนี่เป็นอีกเรื่องที่เป็นปมในใจของทั้งสองคนเช่นกัน

"ป๊า!!! ฮือๆ อย่าบังคับผมเลย ผมไม่อยากไป....นะ ป๊า!!!"

"เอ๊ะ แกนี่มันยังไง โตจนป่านนี้แล้ว อย่ามาทำซำออย ชั้นบอกให้พูดไง ว่าแกจะเชื่อฟัง เหมือนที่เคยพูดเมื่อก่อน"

"ป๊า!!! ฮือๆๆๆ"


"หลี่อี้เฟิง หยุดร้องไห้ ลูกชายคนเดียวของตระกูลหลี่ทำไมถึงได้ขี้แยแบบนี้ อายเค้า หยุด!!!"

คุณหนูยังร้องไห้ต่อไปไม่หยุด โดยมีคุณท่านยืนมองและเริ่มโมโหมากขึ้น จนเดินไปหยิบไม้ที่เอาไว้หวดม้าเวลาไปขี่ม้าที่สนามแล้วตรงมาหาคุณหนู...

"แกจะหยุดมั้ย!!! หยุดร้องสิ อ่อนแอแบบนี้ แม่แกถึงได้ตาย"

คุณท่านเฆี่ยนตีตุณหนูเหมือนระบายอะไรบางอย่างมากกว่าอยากจะทำร้าย

"ป๊า!!! โอ้ย!!! ผมเจ็บ ป๊า!!! หยุดนะ"

คุณหนูลุกขึ้นมาทำท่าจะสู้ตอบ ผมเลยได้จังหวะเข้าไปขวาง...

"คุณท่านๆๆ หยุดเถอะครับ ผมขอร้อง อย่าตีคุณหนูเลย"



ทุกอย่างหยุดนิ่ง!!!

"ได้ ถ้าแกอยากจะปกป้อง ไอ้ลูกไม่รักดีคนนี้ ชั้นจะให้แกทำ นั่งลงสิเหว่ยถิง"

"ป๊า!!! จะทำอะไร ป๊าบ้า โรคจิตไปแล้ว"

ผมนั่งลงคุกเข่าต่อหน้าป้ายวิญญาณคุณนาย...

คุณท่านมองป้ายวิญญาณครั้งนึงแล้วเริ่มหวดไม้นั่นใส่หลังผม...มันก็เจ็บแต่ไม่มากเท่าไหร่ เหมือนคุณท่านไม่ได้ใส่แรงมามากนัก ผมไม่ได้ร้องออกไป เพื่อคุณหนูผมก็ต้องอดทน...

คุณท่านหวดมาได้ 3 ครั้งก็หยุด แม่นมก็วิ่งเข้ามาพอดี...

"ดีมาก...อดทนได้ดี"


แม่นมยังไม่เข้าใจเหตุการณ์เท่าไหร่ ได้แต่ขอร้อง...

"คุณท่านคะ อิชั้นขอร้อง อย่ารุนแรงกันอีกเลย"

คุณท่านโยนไม้ทิ้งไป แล้วหันไปพูดกับคุณหนูอีกครั้ง

"ก็ได้ อี้เฟิง ถ้าแกไม่ไปอยู่บ้านตระกูลอู๋ ชั้นจะจัดการกับเหว่ยถิง แกก็รู้ว่าชั้นทำอะไรได้บ้างกับคนระดับนี้"

"ป๊า!!! บ้า!!! บ้าไปแล้ว!!!"

คุณหนูไม่พูดอะไรต่อ วิ่งขึ้นไปบนห้องด้วยแล้วปิดประตูเสียงดังลั่น ผมได้ยินโครมครามอยู่ภายในห้อง...



ผมกำลังจะลุกขึ้น คุณท่านจึงพูดกับผม...

"ขอบใจนะ ที่ช่วยอี้เฟิงมาตลอด ชั้นไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้ แต่ลูกดื้อคนนี้ไม่เคยเข้าใจ"

"ครับ คุณท่าน ผมแค่ต้องการปกป้องคุณหนู"

"ไปอยู่บ้านตระกูลอู๋ ชั้นให้แกไปด้วย แล้วสืบความลับบางอย่างให้ชั้นด้วย เข้าใจมั้ย ห้ามบอกใครแม้แต่อี้เฟิง"

ผมหันไปมองหน้าคุณท่าน แต่ก็รับคำสั่งโดยดี ไม่ว่าอะไรผมก็ต้องทำเพราะคุณท่านก็มีบุณคุณกับผมเช่นกัน...

"ไปเถอะ ดูแลคุณหนูแกด้วยล่ะ ชั้นมันพ่อไม่เอาไหน ทำได้แค่ฝากเค้าไว้กับแก"


พูดจบคุณท่านก็นั่งลงหน้าป้ายวิญญาณคุณนาย และดูเหมือนน้ำตาแห่งความเศร้าจะเอ่อล้นอยู่ภายใน...

ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงนั้นแล้ว จึงเดินขึ้นมาบนห้องคุณหนู...

พอเปิดประตูเข้าไปในห้อง ก็พบคุณหนูนั่งอยู่ที่เตียง ก้มหน้าลงเหมือนคนคิดอะไรบางอย่าง...


"พี่ถิง เราหนีไปกันเถอะ ผมไม่อยากอยู่แล้ว ไอ้บ้านบ้าๆนี่ มีแต่พ่อบ้าๆๆ"

ผมเดินไปหยุดหน้าคุณหนู ดึงเค้ามากอดไว้...เอามือลูบหัวเบาๆ

"หนีไปไหนล่ะครับ เราหนีคุณท่านไม่พ้นหรอก คุณหนูไปไหนก็จะมีผมไปด้วย ไม่ต้องกลัวนะครับ"

"ไม่!!! ผมบอกแล้วว่าป๊าบังคับผม ผมไม่อยากไปอยู่บ้านอู๋นั่น"

"คุณหนูคิดว่าทำเพื่อบริษัทสิครับ แล้วอีกอย่างก็เพื่อผมด้วย"

คุณหนูผละตัวออกจากผมทันทีที่ได้ยินประโยคนี้..

"อะไร??? พี่ไปเกี่ยวอะไรด้วย หรือว่าพี่อยากจะอยู่กับมัน ก็ไปสิ ไปเลย"

"ไม่ใช่นะครับ คุณหนูฟังก่อน"

"พี่ชอบมันใช่มั้ย อู๋อี้ฝานนั่น พี่จะไปอยู่กับมัน!!!"

"คุณหนู ผมเปล่านะครับ"

"งั้นก็หนีไป ไปคืนนี้เลย ไปกับผม นะ!!!"

"คุณหนูครับ เราไม่ควรหนี เราควรไปบ้านอู๋นั่น ผมมีเหตุผล"


ผมนั่งลงคุกเข่าตรงหน้าคุณหนู ที่ดูเหมือนกำลังโกรธมาก...

"พี่ถิง ถอดเสื้อออก!!!" คุณหนูตะโกนสั่งออกมาเมื่อมองผมที่อยู่ด้านหน้า


"คุณหนู จะทำอะไร???" ผมเริ่มไม่เข้าใจ คุณหนูถอยหลังไปติดกำแพงแล้วนั่งกอดเข่าตัวเองมองผม

"ผมสั่งให้ถอดเสื้อออกไง"

ผมจึงต้องแกะกระดุมเสื้อและถอดเสื้อตัวเองออกแบบงงๆ...


"ถอดกางเกงออกด้วย"

"คุณหนู จะเล่นอะไรอีก ผมงงไปหมดแล้ว"


"สั่งก็ทำสิ!!! ไหนบอกว่าเชื่อฟังผมไง ไม่ได้อยากยุ่งกับไอ้บ้านั่น ก็ทำตามที่ผมสั่ง"

ผมจึงค่อยๆยืนขึ้น แล้วถอดเข็มขัดและกางเกงออกอย่างช้าๆ จนทุกอย่างมากองที่พื้น ผมเหลือแค่กางเกงชั้นในสีดำชิ้นเดียว คนตรงหน้จ้องทุกส่วนของผมอย่างไม่วางตา...

คุณหนูค่อยๆลุกขึ้น ยืนบนเตียงและมาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าผม ค่อยๆเอามือล้วงลงไปในกางเกงชั้นในผม แล้วเริ่มบีบนวดคลึง แก่นกายของผมรู้สึกตัวตื่นอย่างฉับพลัน ผมจึงเอามือจับมือคุณหนูไว้...

"อืมมมมม อ๊าาาา คุณหนู...นี่มันอะไรกันครับ"

"ในเมื่อพี่ไม่หนีไปกับผม และยังอยากไปบ้านตระกูลอู๋นั่น พี่ก็ต้องตามใจผม"

"แต่...แต่ ที่ทำทั้งหมดนี่ ผมหวังดีกับคุณหนูนะ"

คุณหนูยังคงเอามือคลอเคล้าส่วนล่างนั่นไปเรื่อยๆ ไม่หยุด จนผมต้องปล่อยตามใจคุณหนู เพราะตอนนี้ผมก็ต้องการเช่นกัน และในเมื่อเถียงไปก็ไม่มีประโยชน์...


"พี่ถิง ถอดเสื้อให้หน่อย"

แทบจะไม่ต้องสั่ง ผมแกะเสื้อคุณหนูออกอย่างรวดเร็วจนแทบจะฉีกก็ว่าได้...ร่างกายผมทำได้อย่างไม่ต้องคิด ผมกำลังจะเอามือลูบไล้อกขาวอวบด้านหน้า

"หยุด!!!ผมแค่ให้ถอดเสื้อ แล้วยืนเฉยๆ"

"คุณหนู ผมทำอะไรผิด ผมบอกแล้วว่าผมรักคุณหนู ผมไม่ทิ้งคุณหนูไปไหน อย่าทำแบบนี้สิครับ"


"ผมอยากหนีไปไหนก็ได้ ไม่อยากให้ใครมายุ่งกับเรา พี่ก็ไม่ยอมไป เพราะงั้นคืนนี้พี่ก็ต้องตามใจผมด้วย...อย่ามาบังคับผมเหมือนป๊าอีกคน รู้มั้ย!!!"


คุณหนูคุกเข่าลงค่อยเอาปากดูดยอดอกผมอย่างแรง และไล่มาเรื่อยๆจากซ้ายไปขวา จนผมต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อแอ่นอกแข็งแรงรองรับจูบนั่นอย่างไม่กล้าปฏิเสธ...คุณหนูใช้มือนึงลูบไล้ส่วนบน อีกมือเกาะกุมด้านล่างเอาไว้อีก มันยิ่งทำให้ตัวผมแทบระเบิดออก...

คุณหนูดูดคลึงส่วนอก ขบกัดที่จุกยอดของมันเบาๆ จนผมเสี่ยวซ่านไปหมด ในขณะเดียวกันก็เอาสองมือสอดรูดกางเกงชั้นในของผมลงไปเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยสักกางเขนชัดเจน...

คราวนี้คุณหนูค่อยๆเลื่อนตัวลงจูบไปเรื่อยๆสะเปะสะปะจนถึงรอยสักนั่น แล้วเงยหน้ามาพูดกับผม...

"พี่บอกเองนะว่า รอยสักนี่เป็นของผม จำเอาไว้ มันเป็นของผม"

ผมพยักหน้างึกงักเหมือนคนไร้สติ ตอนนี้สติผมแทบหลุดไปแล้ว คงเหลือแต่ความรู้สึกอยากปลดปล่อยไปกับคนตรงหน้าแบบควบคุมไม่ได้...คุณหนูเอาปากครอบแก่นกลางกายของผมไว้อย่างไม่ปราณี พร้อมด้วยการเอาฟันครูดไปเบาๆในจังหวะเดียวกับการขึ้นและลงเพื่อปลุกเร้าผม จนผมต้องเอามือไปบดขยี้ผมคุณหนูพร้อมร้องออกไป...

"อื๊อออออ คุณหนูๆ อ๊าาาาา"

ยังไม่ทันที่คุณหนูจะทำอะไรต่อ ส่วนที่อัดอั้นอยู่ด้านในก็ทะลักออกมาเป็นน้ำสีขาวขุ่น เลอะเทอะปากและส่วนนั้นเต็มไปหมด...

คุณหนูเอามือป้ายปากเหมือนเช็ดแล้วยืนขึ้น


"ถอดกางเกงให้ผมสิ"

ผมจึงทำตามคำสั่งแต่โดยดีและเต็มใจ เอามือรูดซิบและค่อยๆถอดกางเกงออก พร้อมลูบไล้โคนขาไปเรื่อยๆ...

"ถอดให้หมดสิพี่ถิง"

ผมจึงเอามือรูดกางเกงในสีขาวของคุณหนูออก แล้วโยนไปด้านข้างเตียง...ตอนนี้ผมพร้อมแล้ว พร้อมมาก

"คุณหนูครับ ผมไม่ไหวแล้ว!!!"

คุณหนูเอามือสองข้างมาดึงหน้าผมเข้าไปจูบ ลิ้นกวาดไปทั่วปาก ไอร้อนจากลมหายใจตรงหน้าปะทะหน้าผม ลิ้นผมตอบรับอย่างดี ปลายลิ้นหยอกเย้าแตะกัน หวานมากจนผมรู้สึกได้...มันดีจริงๆ

"อืมมม พี่ถิง แสดงให้ผมเห็นสิว่ารักผม" คุณหนูถอนปากออกมา...

"คะ..ครับ คุณหนู ผมเป็นพี่ถิงที่ตามใจคุณหนูคนเดียวเท่านั้น"

หลังจากประโยคนั้น ผมแทบคุมตัวเองไม่ได้อีกต่อไป ผมพลักคนตรงหน้าลงไปที่เตียง แล้วผมก็ยกสะโพกเค้าขึ้นนิดหน่อย ดันขาแยกออกเพื่อรับส่วนของผมให้เข้าไปได้อย่างเต็มที่...

ช่องทางด้านหลังที่ยังไม่เปิดเท่าไหร่ ผมจึงเอานิ้วมือที่ชุ่มน้ำรักสีขาวนั่นสอดเข้าไปเบิกทางให้ก่อน ดันเข้าออกสักพักพร้อมจูบไปที่หน้าอกคนตรงหน้าอย่างไม่ออมแรง ตอนนี้ผมไม่สนใจอะไรแล้ว สอดใส่ส่วนกลางกายที่ตั้งชันของผมเข้าไปเต็มที่...

"อ๊าาาาา พี่ถิง อ๊าาาา"

ผมยังคงใส่เข้าไปอีก พร้อมยกขาพาดไหล่ผมเอาไว้..คุณหนูเอามือจิกที่ไหล่ผมเต็มแรง...

"อ๊าาาา พี่ถิง เจ็บ เจ็บนะ"

"คุณหนูๆๆ อึกกก"

ผมไม่สนใจอะไร สอดใส่เข้าออกและดันสะโพกคนตรงหน้าให้สอดรับกันเป็นจังหวะ และเริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ ทั้งแรงและเร็ว

"พี่ถิง อ๊าาา ซีสสสสสส"

ผมรู้สึกได้ถึงเสียงร้องที่พอใจของคุณหนู ผมยังหยุดไม่ได้และรู้สึกดีที่ทำให้เค้าพอใจมากขึ้น...

"คุณหนูเชื่อผมใช่มั้ย ว่าผมรักคุณหนู"

"อ๊าาาา อะ..อืมมมมมม"

"อึกกก"

ผมดันเข้าไปลึกขึ้นอีก จนคนตรงหน้าร้องออกมาอีก...เล็บยังคงจิกที่ไหล่ผมอย่างแรง...

"อ๊าาาา ดีๆ อ๊าาา พี่ถิง"

ผมก้มลงจูบไล้ไปที่ซอกคอและกระซิบข้างหู...

"ไม่ต้องหนีไปไหนนะครับ ผมจะเชื่อฟังคุณหนูแบบนี้ต่อไป"

คุณหนูไม่พูดอะไรแต่หันหน้ามาจูบตอบผมอย่างรุนแรงอีกครั้ง ปากดูดเข้าออก พร้อมโยกตัวเพื่อกระแทกให้เป็นจังหวะต่อไปอีกสักพัก...

ผมค่อยๆผ่อนจังหวะช้าลงเพราะเหงือที่เริ่มผุดขึ้นมาตรงหน้าผาก ผมจึงปล่อยเค้านอนลง แล้วพลิกตัวมานอนอยู่ข้างๆ


"คุณหนูผมมีหลายเรื่องอยากจะบอก นอนพักก่อนนะครับ"

คุณหนูพยักหน้าและหลับตาลงในอ้อมแขนผม...ตอนแรกก็เหมือนจะเอาแต่ใจ ออกคำสั่ง อารมณ์ร้าย แต่พอเห็นแบบนี้ทีไร คุณหนูเหมือนเด็กน้อยๆที่ผมอยากกอดเอาไว้แบบนี้ทุกทีสิ


...............................โปรดติดตามตอนต่อไป................................